ชินคันเซ็น ความเร็วที่เยี่ยมยอด…!!!

จุดเด่นของชินคันเซนไม่ได้มีแค่ความเร็วเท่านั้นแต่ความสะดวกสบายนี่ก็เยี่ยมยอด ความหรูหราจะแบ่งตามคลาสที่นั่งกันไป ความสะอาดก็เลื่องชื่อมีการส่งเจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดอยู่ตลอดๆ ความปลอดภัยยิ่งหายห่วงไม่เคยมีกระทั่งรถไฟตกรางหรือรถไฟชนกันเลย ซึ่งรถไฟชินคันเซนเนี่ยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆต่างกันตรงการแวะจอดตามสถานีต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

  • โนโซมิ (Nozomi) : จะจอดเฉพาะสถานีหลักๆเท่านั้น อย่างเช่น Shinagawa, Shin-Yokohama, Nagoya, Kyoto และ Shin-Osaka เป็นต้น
  • ฮิคาริ (Hikari) : จะจอดในสถานีหลักเหมือนกับโซมิ แต่มีเพิ่มเติมกับสถานีย่อยอีกหลายแห่ง
  • โคดามะ (Kodama) : จะทำการจอดในทุกๆสถานีตลอดเส้นทาง อย่างต้นทางโตเกียวปลายทางโอซาก้าก็แวะจอดทั้งหมดประมาณ 16 สถานี

วิธีการขึ้นรถไฟโดยใช้บัตร JAPAN RAIL PASS ในราคาถูก

JAPAN RAIL PASS เป็นบัตรฟรีพาสสำหรับขึ้นรถไฟทั่วญี่ปุ่นแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นในระยะสั้น

การใช้บัตร JAPAN RAIL PASS จำเป็นต้องบรรลุเงื่อนไขดังต่อไปนี้

・ต้องเป็นผู้ที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นโดยมีจุดประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวมากกว่า 15 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 90 วัน

・เมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่นแล้วจะต้องได้รับตราประทับรับรองการเข้าประเทศบนพาสปอร์ตแบบพำนักระยะสั้น (ในกรณีที่ผ่านด่านตรวจอัตโนมัติไม่สามารถใช้ได้)

นอกจากนี้ การใช้บัตร JAPAN RAIL PASS ในญี่ปุ่นจำเป็นต้องซื้อล่วงหน้าก่อนวันเดินทางผ่านบริษัททัวร์ JTB, Nippon Travel Agency, Kinki Nippon Tourist, Tobu Top Tours, Japan Airlines 1, All Nippon Airways 2, JALpak หรือร้านค้าตัวแทนที่รองรับ

เนื่องจาก เราไม่สามารถซื้อหลังวันที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่นแล้วได้ ยังไงก็ระวังกันให้ดีด้วย เมื่อได้รับตราประทับรับรองการเข้าประเทศแบบพำนักระยะสั้นแล้วก็สามารถนำใบเสร็จไปแลกเป็นบัตรฟรีพาสที่สถานีรถไฟ JR ได้เลย

ส่วนจุดแลกบัตร JAPAN RAIL PASS สามารถเข้าไปเช็คได้จาก เว็บไซต์หลักของ JAPAN RAIL PASS

ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศแรกที่ริเริ่มคิดค้นรถไฟความเร็วสูง เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขาเกือบทั้งประเทศ กับรางรถไฟใหญ่ขนาด 3 ฟุต 6 นิ้ว (1,067มิลิเมตร) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางที่อ้อมกับรถไฟความเร็วสูง เพราะฉะนั้นประเทศญี่ปุ่นนั้นจึงมีความจำเป็นมากขึ้น ในการใช้รถไฟความเร็วสูงนี้ ในทางตรงข้ามกับรางเก่า รถไฟชินคันเซ็นนั้นมีกฎเกณฑ์มาตรฐาน และผ่านอุโมงค์มากกว่า

รถไฟชิงกันเซ็นให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วยความเร็วสูงสุด 320 กม./ชั่วโมง แม้ว่าจะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 443 กม./ชั่วโมงในการทดสอบเมื่อปี ค.ศ. 1996 และรถไฟชิงกันเซ็นยังทำลายสถิติรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วถึง 603 กม./ชั่วโมง ในการทดสอบขบวนแม็กเลฟ เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2015

ซึ่งนอกจากเรื่องความเร็วที่เป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกแล้ว ชินคันเซ็นยังขึ้นชื่อในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย เพราะตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการมายังไม่เคยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟตกรางหรือชนกันมาก่อน ทั้งยังถึงจุดหมายตรงเวลาแบบสุด ๆ แต่ด้วยเหตุสุดวิสัยบางอย่างอาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ค่าเฉลี่ยของความล่าช้านั้นไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำไป

ปัจจุบันรถไฟชินคันเซ็นเปิดให้บริการหลายเส้นทาง และมีอยู่หลายขบวนแตกต่างกันตามแต่ JR ของแต่ละภูมิภาค ทำให้กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของชินคันเซ็นที่เมื่อเราไปเที่ยวที่ใดก็จะได้นั่งขบวนรถไฟชินคันเซ็นที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเส้นทางยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคนั้น ชินคันเซ็นก็เข้าถึงเรียบร้อยแล้ว เราจะได้เดินทางข้ามเมืองกันได้อย่างสนุกสนาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *