ราเมน เมนูง่ายๆแต่สุดแสนอร่อย …!!!

แม้ว่าราเมน(Ramen)จะเป็นอาหารประเภทเส้นที่ดูเรียบ ง่ายธรรมดา แต่รู้หรือไม่ว่าราเม็งแต่ละชามกว่าจะทำออกมาได้นั้นต้องอาศัยความพิถีพิถัน และใช้ใจในการทำเป็นอย่างมาก ซึ่งราเมนจะมีส่วนประกอบที่สำคัญๆอยู่ 3 ประการ ที่จะทำให้คุณได้ลิ้มรสราเมนอย่างเอร็ดอร่อยมากขึ้น

  1. นํ้าซุปราเมน

อาจจะเรียกได้ว่าน้ำซุปเป็นส่วนที่สำคุญที่สุดของการทำราเมน โดยทั่วไปนํ้าซุปที่ใช้ทำราเมนได้มาจากการต้มกระดูกไก่หรือกระดูกหมูกับ สร่ายคมบุ ผงปลาตากแห้ง ปลาตัวเล็กอบเกลือตากแห้ง และกุ้ง ส่วนผสมของนํ้าซุปจะแตกต่างหลากหลายกันออกไป ตั้งแต่นํ้าซุปกระดูกหมูผสมนํ้าซุปกระดูกไก่ ไปถึงนํ้าซุปกระดูกหมูผสมนํ้าซุปที่ได้จากการต้มของทะเลเข้าด้วยกัน ส่วนใหญ่แล้วนํ้าซุปราเมนจะปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ้วญี่ปุ่น เต้าเจี้ยวญี่ปุ่นหรือนํ้ามันงาเพื่อเพิ่มนสชาติให้นํ้าซุปกลมกล่อมหอมหวาน โดดเด่นมากยิ่งขึ้น

  • เส้นบะหมี่ราเมน

เส้นบะหมี่ที่ใช้ทำราเมนหลักๆ มีสองประเภทคือ เส้นชิจิเระ (เส้นราเมนแบบหยัก) และแบบตรง ทั้งนี้ความหนาบางจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ เส้นราเมนของคิวชูมีเอกลักษณ์อยู่ที่เส้นแบบตรง เส้นราเมนโตเกียวจะบางและหยัก ส่วนเส้นราเมนฮอกไกโดมีความหยักของเส้นระดับปานกลาง

  • เครื่องเคียงของราเมน

นอกจากเนื้อหมูย่างและไข่ต้มยางมะตูมที่เป็นเครื่องเคียงยอดนิยมตลอดกาลของ ราเมนแล้ว ยังมีต้นหอม หน่อไม้ และลูกชิ้นปลาคามาโบโกะ เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะวัตถุดิบที่ใช้แต่งหน้าราเมน ราเมนสูตรพิเศษบางชนิดใช้ข้าวโพดและถั่วงอก เครื่องเคียงหรือของแต่งหน้าราเมนมีความแตกต่างและหลากหลายจะขึ้นอยู่กับ ตัวนํ้าซุปของราเมนนั้นๆเป็นหลัก ข้าวโพดหวานจะช่วยขับรสชาติหอมมันของนํ้าซุปมิโซะออกมาได้ดียิ่งขึ้น โดยหลักแล้วชาชู(สะโพกหมูย่าง) หรีอบูตะคะคุนิ(หมูสามชั้นตุ๋น)ที่ดีนั้นความมีความชุ่มฉํ่า นุ่มละมุนและละลายในปากได้ทันที่

วันนี้เราได้รวบรวม 8 อันดับร้านราเมน ที่รสเด็ดและดีที่สุดมาเสนอกัน ถ้าหิวแล้วก็ไปลุยกันเลย

  1. ร้านราเมน Chuukasoba Aoba เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Chuka Soba (850 เยน) น้ำซุปกระดูกไก่ หมู ผสมผสานกับน้ำซุปซีฟู้ดสไตล์โตเกียว ได้รสเข้มข้นต้นตำรับจากเกาะคิวชู
  2. ร้านราเมน Chuka Soba Itou เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Niku Soba (750 เยน) หน้าตาธรรมดาแต่อร่อยด้วยน้ำซุปที่หอมกลิ่นปลาแห้ง 5 ชนิดและสาหร่ายทะเล ท้อปปิ้งสุดคลาสสิคด้วยต้นหอมและหมูอบที่กรอบนอกนุ่มในคล้ายหมูกรอบบ้านเรา
  3. ร้านราเมน Menya Kintoki เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Ajitama Shio Ramen (750 เยน) ราเมนซุปกระดูกไก่น้ำใส ปรุงรสเค็มด้วยโชยุ แม้เนื้อสัมผัสจะบางเบาแต่รสชาตินั้นเข้มข้น
  4. ร้านราเมน Koujitsu เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Nitamago Ramen (800 เยน) ซุปราเมนกระดูกไก่และปลาแห้งที่รสชาติดีไร้ที่ติ จนอยากยกซดให้หมดถ้วย เส้นเหนียวอร่อยได้สัมผัสไม่เหมือนที่ไหนเข้ากันได้ดีกับซุป
  5. ร้านราเมน Konjiki Hototogisu เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Nibuta Shio Soba (1,050 เยน) เป็นความลงตัวของการผสมผสานกันระหว่างซุปกระดูกหมูและสต็อกซีฟู้ด ได้ซุปรสเยี่ยมกลิ่นหอม
  6. ร้านราเมน Soranoiro เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Tokusei Chuka Soba (990 เยน) ราเมนสีสันสดใสไม่เหมือนใคร น้ำซุปที่ได้จากไก่และซีฟู้ดทำให้ราเมนถ้วยรสชาติอร่อยกลมกล่อม ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา
  7. ร้านราเมน Toibokkusu เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Shoyu Ramen (700 เยน) ราเมนซุปไก่ที่รสชาติดีทั้งแบบร้อนและเย็น ที่คุณสามารถเลือกได้อย่างที่ต้องการ รสชาติกลมกล่อมจากโชยุ เกลือ และมิโสะ
  8. ร้านราเมน Due Italian เมนูแนะนำประจำร้าน คือ Fromage Ramen (980 เยน) ราเมนซุปสีทอง ท้อปปิ้งตรงกลางด้วย Gorgonzola Cream Cheese ที่จะเยิ้มละลายอยู่ภายในถ้วยราเมน นี่คือ เมนูราเมนที่ผสมผสานรสชาติแบบญี่ปุ่นและอิตาเลียนไว้ได้อย่างลงตัว

ชินคันเซ็น ความเร็วที่เยี่ยมยอด…!!!

จุดเด่นของชินคันเซนไม่ได้มีแค่ความเร็วเท่านั้นแต่ความสะดวกสบายนี่ก็เยี่ยมยอด ความหรูหราจะแบ่งตามคลาสที่นั่งกันไป ความสะอาดก็เลื่องชื่อมีการส่งเจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดอยู่ตลอดๆ ความปลอดภัยยิ่งหายห่วงไม่เคยมีกระทั่งรถไฟตกรางหรือรถไฟชนกันเลย ซึ่งรถไฟชินคันเซนเนี่ยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆต่างกันตรงการแวะจอดตามสถานีต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้

  • โนโซมิ (Nozomi) : จะจอดเฉพาะสถานีหลักๆเท่านั้น อย่างเช่น Shinagawa, Shin-Yokohama, Nagoya, Kyoto และ Shin-Osaka เป็นต้น
  • ฮิคาริ (Hikari) : จะจอดในสถานีหลักเหมือนกับโซมิ แต่มีเพิ่มเติมกับสถานีย่อยอีกหลายแห่ง
  • โคดามะ (Kodama) : จะทำการจอดในทุกๆสถานีตลอดเส้นทาง อย่างต้นทางโตเกียวปลายทางโอซาก้าก็แวะจอดทั้งหมดประมาณ 16 สถานี

วิธีการขึ้นรถไฟโดยใช้บัตร JAPAN RAIL PASS ในราคาถูก

JAPAN RAIL PASS เป็นบัตรฟรีพาสสำหรับขึ้นรถไฟทั่วญี่ปุ่นแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นในระยะสั้น

การใช้บัตร JAPAN RAIL PASS จำเป็นต้องบรรลุเงื่อนไขดังต่อไปนี้

・ต้องเป็นผู้ที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นโดยมีจุดประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวมากกว่า 15 วันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 90 วัน

・เมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่นแล้วจะต้องได้รับตราประทับรับรองการเข้าประเทศบนพาสปอร์ตแบบพำนักระยะสั้น (ในกรณีที่ผ่านด่านตรวจอัตโนมัติไม่สามารถใช้ได้)

นอกจากนี้ การใช้บัตร JAPAN RAIL PASS ในญี่ปุ่นจำเป็นต้องซื้อล่วงหน้าก่อนวันเดินทางผ่านบริษัททัวร์ JTB, Nippon Travel Agency, Kinki Nippon Tourist, Tobu Top Tours, Japan Airlines 1, All Nippon Airways 2, JALpak หรือร้านค้าตัวแทนที่รองรับ

เนื่องจาก เราไม่สามารถซื้อหลังวันที่เดินทางมาถึงญี่ปุ่นแล้วได้ ยังไงก็ระวังกันให้ดีด้วย เมื่อได้รับตราประทับรับรองการเข้าประเทศแบบพำนักระยะสั้นแล้วก็สามารถนำใบเสร็จไปแลกเป็นบัตรฟรีพาสที่สถานีรถไฟ JR ได้เลย

ส่วนจุดแลกบัตร JAPAN RAIL PASS สามารถเข้าไปเช็คได้จาก เว็บไซต์หลักของ JAPAN RAIL PASS

ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศแรกที่ริเริ่มคิดค้นรถไฟความเร็วสูง เนื่องจากภูมิประเทศที่เป็นภูเขาเกือบทั้งประเทศ กับรางรถไฟใหญ่ขนาด 3 ฟุต 6 นิ้ว (1,067มิลิเมตร) ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เส้นทางที่อ้อมกับรถไฟความเร็วสูง เพราะฉะนั้นประเทศญี่ปุ่นนั้นจึงมีความจำเป็นมากขึ้น ในการใช้รถไฟความเร็วสูงนี้ ในทางตรงข้ามกับรางเก่า รถไฟชินคันเซ็นนั้นมีกฎเกณฑ์มาตรฐาน และผ่านอุโมงค์มากกว่า

รถไฟชิงกันเซ็นให้บริการแก่ผู้โดยสารด้วยความเร็วสูงสุด 320 กม./ชั่วโมง แม้ว่าจะสามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 443 กม./ชั่วโมงในการทดสอบเมื่อปี ค.ศ. 1996 และรถไฟชิงกันเซ็นยังทำลายสถิติรถไฟที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกด้วยความเร็วถึง 603 กม./ชั่วโมง ในการทดสอบขบวนแม็กเลฟ เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2015

ซึ่งนอกจากเรื่องความเร็วที่เป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลกแล้ว ชินคันเซ็นยังขึ้นชื่อในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย เพราะตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการมายังไม่เคยมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟตกรางหรือชนกันมาก่อน ทั้งยังถึงจุดหมายตรงเวลาแบบสุด ๆ แต่ด้วยเหตุสุดวิสัยบางอย่างอาจทำให้ล่าช้าไปบ้าง แต่ค่าเฉลี่ยของความล่าช้านั้นไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำไป

ปัจจุบันรถไฟชินคันเซ็นเปิดให้บริการหลายเส้นทาง และมีอยู่หลายขบวนแตกต่างกันตามแต่ JR ของแต่ละภูมิภาค ทำให้กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของชินคันเซ็นที่เมื่อเราไปเที่ยวที่ใดก็จะได้นั่งขบวนรถไฟชินคันเซ็นที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเส้นทางยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคนั้น ชินคันเซ็นก็เข้าถึงเรียบร้อยแล้ว เราจะได้เดินทางข้ามเมืองกันได้อย่างสนุกสนาน